A Must Element
← บทความทั้งหมด

การเปรียบเทียบระหว่าง Shopify และ Shopee ต่างกันอย่างไร ?

26/01/2026

การเปรียบเทียบระหว่าง Shopify และ Shopee ต่างกันอย่างไร ?

การเปรียบเทียบระหว่าง Shopify และ Shopee คือการเปรียบเทียบระหว่าง "การสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง" กับ "การเช่าแผงขายของในห้างสรรพสินค้า" ครับ แม้จะขายของออนไลน์เหมือนกัน แต่จุดประสงค์และผลลัพธ์ในระยะยาวต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

นี่คือสรุปความแตกต่างที่เข้าใจง่ายที่สุดสำหรับปี 2026 ครับ

 

1. ตารางเปรียบเทียบหมัดต่อหมัด

หัวข้อเปรียบเทียบ Shopify (Own Store) Shopee (Marketplace)
ประเภท แพลตฟอร์มสร้างแบรนด์ตัวเอง ตลาดกลางออนไลน์ (ห้างสรรพสินค้า)
ความเป็นเจ้าของ เป็นเจ้าของ 100% (เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล) เป็นผู้เช่า (ต้องทำตามกฎของแพลตฟอร์ม)
ฐานลูกค้า ต้องหาเอง (ยิงแอด, SEO, GEO) มีลูกค้าพร้อมช้อปมหาศาล (Built-in Traffic)
การเก็บข้อมูลลูกค้า เก็บชื่อ-เบอร์-อีเมล ได้เต็มที่เพื่อทำ CRM แทบไม่ได้ข้อมูลลูกค้าเลย (Shopee เก็บไว้เอง)
ค่าธรรมเนียม จ่ายรายเดือนคงที่ + ค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ฟรีรายเดือน แต่หักคอมมิชชันต่อชิ้นสูง
ความน่าเชื่อถือ สูง (สร้างภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียมได้) ปานกลาง (เน้นการเปรียบเทียบราคา)
การแข่งขัน แข่งกับตัวเอง (ลูกค้าเห็นแค่สินค้าเรา) แข่งกับคนอื่น (มีสินค้าคู่แข่งโชว์ข้างๆ)

 

2. เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย

Shopify สร้างมาเพื่อ "ความยั่งยืน"

  • ข้อดี: คุณคือนายตัวเอง ไม่มีใครมาแบนร้านคุณได้ง่ายๆ สามารถแต่งเว็บให้สวยยังไงก็ได้ และที่สำคัญที่สุดคือ "คุณเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า" สามารถส่งอีเมลไปกระตุ้นยอดขายซ้ำได้โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่ม

  • ข้อเสีย: ช่วงแรกจะเงียบมาก เพราะไม่มีใครรู้จักเว็บคุณ คุณต้องเก่งเรื่องการตลาด (Ads/SEO) และมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเริ่มต้นประมาณ 1,000 กว่าบาท

Shopee สร้างมาเพื่อ "ยอดขายไว"

  • ข้อดี: ลงขายปุ๊บ มีโอกาสขายได้ปั๊บ เพราะคนเข้ามาเพื่อซื้ออยู่แล้ว ระบบการขนส่งและการชำระเงินทำไว้ให้เสร็จสรรพ เหมาะมากสำหรับการ "โละสต็อก" หรือ "ทดลองตลาด"

  • ข้อเสีย: โดนหักค่าธรรมเนียมเยอะ (GP/Commission) และลูกค้ามักจะจำไม่ได้ว่าซื้อจากร้านชื่ออะไร จำได้แค่ว่า "ซื้อจาก Shopee" ทำให้สร้างแบรนด์ยาก

 

3. กลยุทธ์ที่แนะนำสำหรับธุรกิจ (Strategy 2026)

นักการตลาดที่เก่งในยุคนี้จะไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จะใช้ "กลยุทธ์ไฮบริด" ครับ

  1. ใช้ Shopee เป็น "หน้าร้านหาลูกค้าใหม่" เน้นขายสินค้าราคาเริ่มต้น สินค้าชิ้นเล็ก เพื่อดึงคนเข้ามารู้จัก

  2. ใช้ Shopify เป็น "บ้านหลักของแบรนด์" ใส่คูปองส่วนลดในกล่องพัสดุจาก Shopee เพื่อให้ลูกค้าตามมาซื้อซ้ำที่หน้าเว็บ Shopify ในราคาที่ถูกกว่า หรือได้รับสิทธิพิเศษมากกว่า

แชร์

พร้อมเริ่มโปรเจกต์ของคุณหรือยัง

เล่าโจทย์ให้เราฟัง เราจะติดต่อกลับพร้อมคำแนะนำและใบเสนอราคา