การเปรียบเทียบระหว่าง Shopify และ Shopee ต่างกันอย่างไร ?

ทำเว็บไซต์ รับคำแนะนำปรึกษาฟรี 094-547-2543 หรือ Line @amustelement

การเปรียบเทียบระหว่าง Shopify และ Shopee ต่างกันอย่างไร ?

การเปรียบเทียบระหว่าง Shopify และ Shopee ต่างกันอย่างไร ?

การเปรียบเทียบระหว่าง Shopify และ Shopee คือการเปรียบเทียบระหว่าง "การสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง" กับ "การเช่าแผงขายของในห้างสรรพสินค้า" ครับ แม้จะขายของออนไลน์เหมือนกัน แต่จุดประสงค์และผลลัพธ์ในระยะยาวต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

นี่คือสรุปความแตกต่างที่เข้าใจง่ายที่สุดสำหรับปี 2026 ครับ

 

1. ตารางเปรียบเทียบหมัดต่อหมัด

หัวข้อเปรียบเทียบ Shopify (Own Store) Shopee (Marketplace)
ประเภท แพลตฟอร์มสร้างแบรนด์ตัวเอง ตลาดกลางออนไลน์ (ห้างสรรพสินค้า)
ความเป็นเจ้าของ เป็นเจ้าของ 100% (เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล) เป็นผู้เช่า (ต้องทำตามกฎของแพลตฟอร์ม)
ฐานลูกค้า ต้องหาเอง (ยิงแอด, SEO, GEO) มีลูกค้าพร้อมช้อปมหาศาล (Built-in Traffic)
การเก็บข้อมูลลูกค้า เก็บชื่อ-เบอร์-อีเมล ได้เต็มที่เพื่อทำ CRM แทบไม่ได้ข้อมูลลูกค้าเลย (Shopee เก็บไว้เอง)
ค่าธรรมเนียม จ่ายรายเดือนคงที่ + ค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ฟรีรายเดือน แต่หักคอมมิชชันต่อชิ้นสูง
ความน่าเชื่อถือ สูง (สร้างภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียมได้) ปานกลาง (เน้นการเปรียบเทียบราคา)
การแข่งขัน แข่งกับตัวเอง (ลูกค้าเห็นแค่สินค้าเรา) แข่งกับคนอื่น (มีสินค้าคู่แข่งโชว์ข้างๆ)

 

2. เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย

Shopify สร้างมาเพื่อ "ความยั่งยืน"

  • ข้อดี: คุณคือนายตัวเอง ไม่มีใครมาแบนร้านคุณได้ง่ายๆ สามารถแต่งเว็บให้สวยยังไงก็ได้ และที่สำคัญที่สุดคือ "คุณเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า" สามารถส่งอีเมลไปกระตุ้นยอดขายซ้ำได้โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่ม

  • ข้อเสีย: ช่วงแรกจะเงียบมาก เพราะไม่มีใครรู้จักเว็บคุณ คุณต้องเก่งเรื่องการตลาด (Ads/SEO) และมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเริ่มต้นประมาณ 1,000 กว่าบาท

Shopee สร้างมาเพื่อ "ยอดขายไว"

  • ข้อดี: ลงขายปุ๊บ มีโอกาสขายได้ปั๊บ เพราะคนเข้ามาเพื่อซื้ออยู่แล้ว ระบบการขนส่งและการชำระเงินทำไว้ให้เสร็จสรรพ เหมาะมากสำหรับการ "โละสต็อก" หรือ "ทดลองตลาด"

  • ข้อเสีย: โดนหักค่าธรรมเนียมเยอะ (GP/Commission) และลูกค้ามักจะจำไม่ได้ว่าซื้อจากร้านชื่ออะไร จำได้แค่ว่า "ซื้อจาก Shopee" ทำให้สร้างแบรนด์ยาก

 

3. กลยุทธ์ที่แนะนำสำหรับธุรกิจ (Strategy 2026)

นักการตลาดที่เก่งในยุคนี้จะไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จะใช้ "กลยุทธ์ไฮบริด" ครับ

  1. ใช้ Shopee เป็น "หน้าร้านหาลูกค้าใหม่" เน้นขายสินค้าราคาเริ่มต้น สินค้าชิ้นเล็ก เพื่อดึงคนเข้ามารู้จัก

  2. ใช้ Shopify เป็น "บ้านหลักของแบรนด์" ใส่คูปองส่วนลดในกล่องพัสดุจาก Shopee เพื่อให้ลูกค้าตามมาซื้อซ้ำที่หน้าเว็บ Shopify ในราคาที่ถูกกว่า หรือได้รับสิทธิพิเศษมากกว่า

Web design ออกแบบเว็บไซต์ ตรงตามความต้องการ และงบประมาณของคุณ

รับคำแนะนำปรึกษาฟรี 094-547-2543 หรือ Line @amustelement

เอ มัสท์ อิลิเม้นท์ รับทำเว็บไซต์ และ ออกแบบเว็บไซต์ ทั้งระบบทุกความต้องการ และตามงบประมาณลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเว็บเริ่มต้นสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เว็บดีไซน์เน้นภาพลักษณ์องค์กรสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ หรือเว็บที่มีระบบเฉพาะตัวที่มีความซับซ้อน พร้อมอบรมการใช้งาน Back Office แบบตัวต่อตัวให้กับลูกค้าหลังส่งมอบงาน พร้อมคู่มือการอัพเดทเว็บไซต์ สำหรับแก้ไขข้อมูลได้เอง

  • ที่อยู่ : 995/2 หมู่ 6 ถ.แพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10280
  • โทร : 094-547-2543
  • อีเมล: [email protected]

ติดต่อทีมงาน / แจ้งรายละเอียดของงาน

เรายินดีช่วยเหลือธุรกิจของคุณ ตอบทุกความต้องการ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของคุณให้ประสบความสำเร็จ (เราจะติดต่อกลับไม่เกิน 2 วันทำการ)

Success/Error Message Goes Here

หรือสอบถามผ่าน

สอบถามผ่าน Line@

รับทำเว็บภาคกลาง

รับทำเว็บไซต์ กรุงเทพ   รับทำเว็บไซต์ กำแพงเพชร   รับทำเว็บไซต์ ชัยนาท   รับทำเว็บไซต์ นครนายก   รับทำเว็บไซต์ นครปฐม   รับทำเว็บไซต์ นครสวรรค์   รับทำเว็บไซต์ นนทบุรี   รับทำเว็บไซต์ ปทุมธานี   รับทำเว็บไซต์ อยุธยา   รับทำเว็บไซต์ พิจิตร   รับทำเว็บไซต์ พิษณุโลก   รับทำเว็บไซต์ เพชรบูรณ์   รับทำเว็บไซต์ ลพบุรี   รับทำเว็บไซต์ สมุทรปราการ   รับทำเว็บไซต์ สมุทรสงคราม   รับทำเว็บไซต์ สมุทรสาคร   รับทำเว็บไซต์ สิงห์บุรี   รับทำเว็บไซต์ สุโขทัย   รับทำเว็บไซต์ สุพรรณบุรี   รับทำเว็บไซต์ สระบุรี   รับทำเว็บไซต์ อ่างทอง   รับทำเว็บไซต์ อุทัยธานี  

ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ
TOP